เอดีบี ปรับคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้ดีขึ้นเล็กน้อย
ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) มองเศรษฐกิจไทยคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย หลังช่วงไตรมาส 3 การค้า การลงทุน และการบริโภคภาคเอกชนค่อยๆ กระเตื้องขึ้นอันเป็นผลจากมาตรการที่ผ่อนปรนทั้งจากภายในและคู่ค้าต่างๆ ขณะที่ปี 2564 คาดว่าจะขยายตัว ร้อยละ 4
ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) เปิดเผยรายงานการวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียฉบับเพิ่มเติม (supplement) จากฉบับล่าสุด (Asian Development Outlook (ADO) 2020 Update) โดยในส่วนของเศรษฐกิจไทยในปี 2563 คาดว่า จะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย โดยหดตัวลดลงจากที่เคยคาดการณ์ไว้เมื่อเดือนกันยายนที่ร้อยละ -8 มาอยู่ที่ร้อยละ -7.8 เนื่องจากเศรษฐกิจในไตรมาส 3 ติดลบน้อยลงเกือบครึ่งหนึ่งจากร้อยละ -12.1 ในไตรมาส 2 มาอยู่ที่ร้อยละ -6.4 ในไตรมาส 3 ในขณะที่การค้า การลงทุน และการบริโภคภาคเอกชนค่อยๆ กระเตื้องขึ้นอันเป็นผลจากมาตรการที่ผ่อนปรนทั้งจากภายในและคู่ค้าต่างๆ
นอกจากนั้น การบริโภคและการลงทุนภาครัฐที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องยังเป็นแรงสนับสนุนเพิ่มเติมให้เศรษฐกิจไทยปรับตัวดีขึ้น
ส่วนการคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 2564 คาดว่าจะปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากร้อยละ 4.5 ไปอยู่ที่ร้อยละ 4
ขณะที่เศรษฐกิจของประเทศเอเชียกำลังพัฒนาจะกระเตื้องขึ้นในปีนี้จากที่เคยหดตัวถึงร้อยละ -0.7 ซึ่งเป็นการคาดการณ์เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ในขณะที่แนวโน้มการเติบโตในปี 2564 คาดว่าจะยังคงเท่าเดิม อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการเติบโตในภูมิภาคมีความหลากหลาย โดยเศรษฐกิจในเอเชียตะวันออกคาดว่าจะเติบโตในขณะที่เศรษฐกิจในหลายอนุภูมิภาคยังคงหดตัว
“แนวโน้มเศรษฐกิจประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียส่งสัญญาณที่ดีขึ้น โดยมีการปรับประมาณการเศรษฐกิจจีนและอินเดีย ซึ่งเป็นสองเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ในทิศทางที่ดีขึ้น” นายยาซูยูกิ ซาวาดะ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของเอดีบีกล่าว
“การแพร่ระบาดใหญ่ของ COVID-19 ที่ยืดเยื้อยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลัก อย่างไรก็ตาม การพัฒนาวัคซีน COVID-19 ล่าสุดนี้ ทำให้ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดลดน้อยลง ทั้งนี้ วัคซีนที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และมีการส่งมอบที่ตรงเวลา จะเป็นแรงหนุนที่สำคัญในเปิดและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาให้กลับมาเติบโตอีกครั้งในภูมิภาค”
ส่วนมาตรการปิดเมืองและข้อจำกัดในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ ได้รับการผ่อนปรนในหลายๆ ระดับในภูมิภาค รวมถึงการส่งออกสินค้าที่กระเตื้องขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากอยู่ในภาวะตกต่ำในไตรมาสที่สอง อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ซึ่งมีการแพร่ระบาดของ COVID-19 อย่างกว้างขวาง และยังมีมาตราการควบคุมอย่างต่อเนื่องมาหลายเดือนนั้น กำลังกลับมาเคลื่อนไหวในระดับเดียวกับก่อนเกิดการแพร่ระบาด COVID-19 ส่วนการฟื้นฟูเศรษฐกิจท่องเที่ยวนั้น คาดว่าจะล่าช้าออกไปอีก
ด้านเศรษฐกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงอยู่ในภาวะตึงเครียดจากการระบาดใหญ่ของ COVID-19 รวมทั้งมาตราการการควบคุมของรัฐที่เข้มงวดอย่างต่อเนื่องในอินโดนีเซีย มาเลเซียและฟิลิปปินส์
สำหรับการเติบโตของอนุภูมิภาคนี้คาดว่าจะหดตัวเพิ่มมากขึ้นที่ร้อยละ -4.4 เมื่อเทียบกับการหดตัวซึ่งคาดการณ์ไว้ในเดือนกันยายนที่ร้อยละ -3.8 สำหรับแนวโน้มการเติบโตของอนุภูมิภาคในปี 2564 คาดว่าจะเติบโตลดลงที่ร้อยละ 5.2 เมื่อเทียบกับที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ 5.5 เมื่อเดือนกันยายน
อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียคาดว่าจะปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 2.8 ในปีนี้ จากที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ 2.9 เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา เนื่องจากราคาน้ำมันและอุปสงค์ที่ที่ลดต่ำลง เงินเฟ้อในปี 2564 คาดว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 1.9 ลดลงจากร้อยละ 2.3 ที่คาดการณ์ไว้ในเดือนกันยายน ราคาน้ำมันจะยังตรึงราคาไว้ที่ 42.50 เหรียญสหรัฐต่อบาเรล ก่อนที่จะปรับขึ้นไปที่ 50 เหรียญสหรัฐต่อบาเรลในปี 2564
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB